6.3 ความส่องสว่างเเละโชติมาตรของดาวฤกษ์

6.3 ความส่องสว่างเเละโชติมาตรของดาวฤกษ์

ความสว่างและสีของดาว 
เมื่อเราสังเกตดาวบนท้องฟ้า  นอกจากกลุ่มดาวแล้ว  สิ่งที่น่าสังเกตและน่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งก็คือ  เราจะเห็นว่าดาวแต่ละดวงมีความสว่างและสีไม่เหมือนกัน  ตัวอย่างเช่น  ดาวซิริอุส (Sirius)  ในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ (Canis  Major)  เป็นดาวฤกษ์ที่เราเห็นว่ามีความสว่างที่สุดบนท้องฟ้าในตอนกลางคืนและมีสีขาว  ส่วนดาวเหนือ (Polaris)  ในกลุ่มดาวหมีเล็ก (Ursa  Minor)  เป็นดาวฤกษ์ที่ไม่ค่อยสว่าง  และมีสีเหลืองแกมเขียว  เป็นต้น
       ความสว่างของดาวฤกษ์บนท้องฟ้า  เป็นความสว่างปรากฏแก่ตาของเรา  ความจริงแล้ว  ดาวที่ปรากฏไม่สว่างมาก  อาจมีความจริงมากก็ได้  แต่เนื่องจากดาวดังกล่าวอยู่ไกลจากเรามากจึงปรากฏไม่ค่อยสว่าง  ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบความสว่างของดาวฤกษ์กันจริง   แล้ว  จะต้องเปรียบเทียบดาวที่ระยะทางเดียวกันหมด
นักดาราศาสตร์นิยมกำหนดความสว่างของดาวในเทอมของ
  โชติมาตร (Magnitude)  ซึ่งเป็นค่าระดับความสว่าง  โดยกำหนดว่า  ดาวที่มีโชติมาตร  1  จะมีความสว่างปรากฏมากกว่าดาวที่มีโชติมาตร  6  ประมาณ  100  เท่า  และดาวที่มีโชติมาตร  6  จะเป็นดาวที่มีความสว่างปรากฏที่น้อยที่สุดที่ตาของคนปกติสามารถมองเห็นได้  โดยไม่ใช้กล้องสองตาหรือกล้องดูดาวช่วย  จากข้อกำหนดดังกล่าว  จึงพบว่าถ้าดาว  2  ดวงมีค่าโชติมาตรต่างกัน  1  แล้วความสว่างของดาวทั้ง  2  ดวงนี้จะต่างกัน  2.512  เท่า  ตัวอย่างเช่น  ดาวโชติมาตร  2  จะสว่างกว่าดาวโชติมาตร  3 ประมาณ  2.512  เท่า  เป็นต้น
© ดาววีกา (Vega)  ซึ่งเป็นดาวที่มีค่าโชติมาตร  0  จะสว่างกว่า  ดาวเหนือ  ซึ่งเป็นดาวที่มีโชติมาตร  2  กี่เท่า
ถ้าจะเปรียบเทียบความสว่างที่แท้จริงของดาวแล้ว  จะต้องพิจารณาเปรียบเทียบดาวทุกดวงที่ระยะทางเท่ากันหมด  นักดาราศาสตร์พิจารณาค่าความสว่างหรือโชติมาตรที่แท้จริงของดาวโดยจะพิจารณาดาวทุดดวงอยู่ที่ระยะมาตรฐาน  10  พาร์เซค (Parsec)  โดยระยะทาง  1  พาร์เซค  มีค่าเท่ากับ  3.26  ปีแสง  หรือประมาณ  30  ล้านล้านกิโลเมตร  และเรียกค่าโชติมาตรของดาว  เมื่อพิจารณาระยะ  10  พาร์เซค  นี้ว่า  โชติมาตรสัมบูรณ์ (Absolute  Magnitude , m)  ส่วนค่าโชติมาตรของดาว    ระยะทางที่แท้จริง (d)  ของดาว  เรียกว่า  โชติมาตรปรากฏ (Apparent Magnitude , m)  โดยค่าทั้ง  3  สัมพันธ์กับตามสมการต่อไปนี้


    M  =   5 log  d + 5

          โดยระยะทาง  d  มีหน่วยเป็นพาร์เซค
©ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งมีค่าโชติมาตรสัมบูรณ์  เท่ากับ  0  อยู่ห่างจากโลก  100  พาร์เซคเราสามารถมองเห็นดาวฤกษ์ดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่  จงให้เหตุผลประกอบ
เมื่อถ่ายภาพดาวฤกษ์  พบว่า  ดาวฤกษ์แต่ละดวงจะมีขนาดแตกต่างกันไป  ขนาดของดาวฤกษ์ที่ปรากฏอยู่บนภาพถ่ายจะสัมพันธ์กับความสว่างของดาวฤกษ์  เราอาจถ่ายภาพของดาวฤกษ์ได้โดยใช้กล้องถ่ายภาพแบบเลนส์เดี่ยวธรรมดาหรือกล้องถ่ายภาพ  ซี ซี ดี ติดเข้ากับกล้องดูดาว  จากภาพถ่ายของดาวฤกษ์จะเห็นว่าดาวสว่างจะมีขนาดใหญ่  และดาวหรี่จะมีขนาดเล็ก  ภาพที่  9  แสดงภาพของกระจุกดาวฮายเอเดส  (Hyades)  ซึ่งเป็นกระจุกดาวที่อยู่ในกลุ่มดาวราศีพฤษภ  (Taurus)  และภาพที่  10  แสดงภาพวาดของกระจุดดาวฮายเอเดส  ซึ่งวงกลมแต่ละวงจะมีขนาดเท่ากับดาวแต่ละดวงในภาพที่  9  และในภาพดังกล่าวจะมีดาวมาตรฐาน  (Standard  Stars)  ที่เราทราบค่าโชติมาตรปรากฏที่แน่นอน  ดังแสดงในตาราง

ชื่อดาว

ค่าโชติมาตรปรากฏ  (m)

a  Tau

e Tau

r Tau

58 Tau

48 Tau

+  2.39

+  4.56

+  4.90

+  5.48

+  6.72

ตารางแสดง  ค่าโชติมาตรปรากฏของดาวฤกษ์บางดวงในกระจุกดาวฮายเอเดสที่ใช้เป็นดาวมาตรฐาน               

 

 

    

ภาพแสดง  กระจุกดาวฮายเอเดสในกลุ่มดาวราศีพฤษภ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   
 

ภาพแสดงภาพวาดของกระจุกดาวฮายเอเดส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

        ©  จากภาพที่  10  ลองวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง(d)  ของดาวมาตรฐานทุกดวงที่ระบุในตารางที่  1  โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวจะแปรผันโดยตรงกับค่าความสว่าง (L)  ของดาวนั้น  อย่างไรก็ตามนักดาราศาสตร์พบว่าค่าโชติมาตรปรากฏ (m)  จะแปรผันกับค่าลอการิทึมของค่าความสว่างของดาว  กล่าวคือ

                             m      a         log  L

          ดังนั้น            m      a         log  d

          จากความสัมพันธ์ดังกล่าวข้างต้น  ถ้าเขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างค่าโชติมาตรปรากฏในตารางที่ 2-1  กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวแต่ละดวง  ก็จะได้กราฟเส้นตรงและกราฟเส้นตรงดังกล่าวจะใช้เป็น  กราฟมาตรฐานที่จะใช้หาค่าโชติมาตรปรากฏของดาวดวงอื่น   ที่อยู่ในภาพที่  10  ได้
จงเลือกดาวในภาพที่  10  จำนวนหนึ่ง  แล้ววัดเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวเหล่านั้นและหาค่าโชติมาตรปรากฏของดาวดังกล่าว  โดยใช้กราฟมาตรฐานที่สร้างจากดาวมาตรฐาน
   ดังได้เคยกล่าวมาแล้วว่า  ดาวฤกษ์แต่ละดวงมีสีแตกต่างกันไป  ดาวฤกษ์อาจมีสีน้ำเงิน  สีขาว  สีเหลือง  สีส้ม  หรือสีแดง  สีของดาวฤกษ์จะเป็นอย่างไรนั้น  ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของดาวฤกษ์
   ©  สังเกตเปลวไฟสีน้ำเงิน  และเปลวไฟสีแดง  เราพอคาดคะเนได้หรือไม่ว่าเปลวไฟสีใดมีอุณหภูมิสูงกว่ากัน  จงให้เหตุผลประกอบ
    นักดาราศาสตร์  วิเคราะห์ค่าอุณหภูมิผิวของดาว  สัมพันธ์กับสีของดาวดังตารางต่อไปนี้

 

สีของดาว

ช่วงอุณหภูมิผิวของดาว(เคลวิน)

น้ำเงิน

น้ำเงิน  ขาว

ขาว

เหลือง

ส้ม

แดง

11,000  40,000

7,500  11,000

6,000  7,500

5,000  6,000

3,500  5,000

3,000  3,500

          ©  สังเกตดาวฤกษ์สว่างต่าง   เช่น  ไรเจล  วีกา  ซิริอุส  โปรซิออน  คาเพลลา อาร์คตูรุส  แอนทารีส  บีเทลจูล  เป็นต้นแล้วลองประมาณค่าอุณหภูมิของดาวฤกษ์เหล่านี้

โชติมาตร

        ความส่องสว่าง (Brightness) เป็นพลังงานที่ดาวฤกษ์ปลดปล่อยออกมาต่อหน่วยเวลา มีหน่วยเป็นวัตต์/ตารางเมตร แต่เนื่องจากดวงตาของมนุษย์ไม่มีความละเอียดพอที่จะจำแนกพลังงานในระดับนี้ได้ นักดาราศาสตร์จึงกำหนดค่าเปรียบเทียบอันดับความสว่างของดาวซึ่งเรียกว่า “โชติมาตร” (Magnitude) เมื่อเรากล่าวถึงโขติมาตรโดยทั่วไปเราหมายถึง “โชติมาตรปรากฏ” (Apparent magnitude)  ซึ่งหมายถึงการจัดอันดับความสว่างของดาวบนท้องฟ้าซึ่งมองเห็นจากโลก
        เมื่อสองร้อยปีก่อนคริสตกาล ฮิปปาคัส (Hipparchus) นักปราชญ์ชาวกรีกได้กำหนดอันดับความสว่างของดาว โดยถือว่า ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ามีโชติมาตร 1 ดาวที่สว่างเป็นครึ่งหนึ่งของอันดับแรกเป็นโชติมาตร 2  ไล่ลงมาเช่นนี้จนถึงโชติมาตร 6 ซึ่งเป็นดาวที่สว่างน้อยที่สุดที่สามารถมองเห็นได้  ต่อมาในคริสตศตวรรษที่ 19 นักดาราศาสตร์กำหนดให้ ดาวโชติมาตร 1 สว่างเป็น 100 เท่า ของดาวโชติมาตร 6  ดังนั้นความสว่างของแต่ละโชติมาตรจะแตกต่างกัน 2.512 เท่า เนื่องจาก (2.512)5 เท่ากับ 100 ดังตารางที่ 1  ทั้งนี้สามารถคำนวณความแตกต่างระหว่าง

โชติมาตร โดยใช้สูตรเปรียบเทียบความส่องสว่างดังนี้

 

                            m2 – m1  = 2.5 log (b1/b2

 

    โดยที่    m1, m2   = โชติมาตรปรากฏของดาวดวงที่ 1 และดวงที่ 2 

                         b1, b2   = ความสว่างปรากฏของดาวดวงที่ 1 และดวงที่ 2

 

ตารางที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างโชติมาตรปรากฎ และความสว่างปรากฏ

 ความแตกต่างของโชติมาตรปรากฏ
m1 – m2
อัตราส่วนของความสว่างปรากฏ
(b1/b2)
1
2
3
4
5
10
15
20
 2.512
(2.512)^2 = 6.31
(2.512)^3 = 15.83
(2.512)^4 = 39.82
(2.512)^5 = 100
(2.512)^6 = 10,000
(2.512)^7 = 1,000,000
(2.512)^8 = 100,000,000

 

         เราสามารถคำนวณอย่างง่ายๆ เพื่อเปรียบเทียบความสว่างของดาวได้ เช่น ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ามีโชติมาตร -4 ขณะที่ดาวที่สว่างน้อยที่สุดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีโชติมาตร 6  ดาวทั้งสองมีโชติมาตรแตกต่างกัน 6 – (-4) = 10 พิจารณาจากตารางที่ 1 พบว่า มีความสว่างแตกต่างกัน 10,000 เท่า จะสังเกตได้ว่า ดาวที่สว่างมากมีโชติมาตรน้อย ส่วนดาวที่สว่างน้อยมีโชติมาตรมาก ดังนั้นวัตถุที่สว่างมาก เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวศุกร์ จึงมีโชติมาตรปรากฏติดลบ ดังตัวอย่างในตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ตัวอย่างลำดับโชติมาตรปรากฏของวัตถุท้องฟ้า

 โขติมาตรปรากฏ วัตถุท้องฟ้า
 -26.5
-12
-4
-1.5
6
10
15
20
25
 ดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์เต็มดวง
ดาวศุกร์ ดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า
ดาวซิริอุส ดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า
ดาวฤกษ์ที่สว่างน้อยที่สุดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ดาวฤกษ์ที่สว่างน้องที่สุดที่มองเห็นได้ด้วยกล้องส่องทางไกล
ดาวพลูโต
วัตถุที่สว่างน้อยที่สุดที่มองเห็นได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์
วัตถุที่สว่างน้อยที่สุดที่ถ่ายภาพได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์
        ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า เมื่อกล่าวถึงโชติมาตรโดยทั่วไป เราหมายถึงโชติมาตรปรากฏ ซึ่งเป็นการแสดงอันดับความสว่างซึ่งสังเกตการณ์จากโลก  ในการศึกษาทางดาราศาสตร์ต้องการเปรียบเทียบพลังงานที่แท้จริงของดาวแต่ละดวงจึงใช้ค่า “โชติมาตรสัมบูรณ์” (Absolute Magnitude) ซึ่งสมมติว่า ถ้าดาวอยู่ห่างจากโลก 10 พาร์เซค (1 พาร์เซค = 3.26 ปีแสง) จะมีโชติมาตรเท่าไร เช่น ดวงอาทิตย์มีโชติมาตรปรากฏ -26.5 แต่ถ้าเราอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 10 พาร์เซค ดวงอาทิตย์จะมีโชติมาตรปรากฏเพียง +4.6  ดังนั้นเมื่อเราอยู่บนโลกเราจึงกล่าวได้ว่า ดวงอาทิตย์ก็จะมีโชติมาตรสัมบูรณ์ +4.6  ทั้งนี้เราสามารถคำนวณหาโชติมาตรสัมบูรณ์โดยใช้สูตร
                  m – M = 5 log d – 5 

        โดยที่     m = โชติมาตรปรากฏ
M = โชติมาตรสัมบูรณ์
d = ระยะห่างระหว่างโลกกับดาว มีหน่วยเป็น พาร์เซก

ตัวอย่างที่ 1 ดาวหัวใจสิงห์ (Regulus) อยู่ห่างจากโลก 25 พาร์เซก มีโชติมาตรปรากฏ 1.36 จะมีโชติมาตรสัมบูรณ์เท่าใด 

                           m – M  = 5 log d – 5
1.36 – M  = 5 (log 25) – 5
= 5 (1.4) – 5
= 2
M = 1.36 – 2 = – 0.64 

        เราเรียกค่าความแตกต่างระหว่างโชติมาตรปรากฏและโชติมาตรสัมบูรณ์ (m – M) ว่า Distance modulus  ถ้าเราทราบโชติมาตรปรากฏและระยะทางของดาว เราก็จะทราบโชติมาตรสัมบูรณ์ ดังตารางที่ 3
ตารางที่ 3  ความสัมพันธ์ระหว่างโชติมาตรปรากฎ โชติมาตรสัมบูรณ์ และระยะทาง

 โชติมาตรปรากฏ – โชติมาตรสัมบูรณ์
m – M
  ระยะทาง
d (พาร์เซก)
 -4
-3
-2
-1
0
1
2
3
4
5
10
15
20
 1.6
2.5
4.0
6.3
10
16
25
40
63
100
103
104
105
ตัวอย่างที่ 2: ดาวฮาดาร์ (Beta Centauri) ในกลุ่มดาวคนครึ่งสัตว์ อยู่ห่างจากโลก 100 พาร์เซก มีโชติมาตรปรากฏ 0.6  จะมีโชติมาตรสัมบูรณ์เท่าใด 

              จากตารางที่ 2 ระยะทาง d = 100 พาร์เซค, m – M = 5
0.6 – M = 5
ดังนั้น M = -5 + 0.6
โชติมาตรสัมบูรณ์ = -4.6

 

ดาวฤกษ์สว่างที่สุด จัดว่าเป็นดาวฤกษ์สว่างเนื่องจากมีความส่องสว่างมาก และ/หรือ มันอยู่ใกล้โลกมาก รายชื่อต่อไปนี้เป็นรายชื่อดาวฤกษ์เดี่ยว 91 ดวงที่สว่างที่สุดเมื่อมองจากโลก ภายใต้การสังเกตคลื่นที่ตามองเห็น (กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ดาวฤกษ์ที่มีค่าความส่องสว่างปรากฏน้อยกว่าหรือเท่ากับ +2.50) หากนับความสว่างที่ต่ำลงกว่านี้จะได้รายชื่อดาวฤกษ์เพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก แผนภาพท้องฟ้าโดยมากจัดทำโดยนับรวมดาวฤกษ์ที่มีค่าความส่องสว่างปรากฏถึง +11 ในคลื่นที่ตามองเห็น การสำรวจอย่างต่อเนื่องทำให้เราบันทึกรายชื่อดาวฤกษ์ที่มีความสว่างน้อยลงได้มากขึ้นเรื่อยๆ

 

เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ วัตถุท้องฟ้าที่มิใช่ดาวฤกษ์ในระบบสุริยะของเราที่มีความสว่างสูงสุด คือน้อยกว่าหรือเท่ากับ +2.50 ได้แก่ ดวงจันทร์ (ความสว่าง -12.9) ดาวศุกร์ (ความสว่าง -4.6) ดาวพฤหัสบดี (ความสว่าง -2.9) ดาวอังคาร (ความสว่าง -2.9) ดาวพุธ (ความสว่าง -1.9) และดาวเสาร์ (ความสว่าง -0.2)

 

ความส่องสว่างปรากฏ รหัสเบเยอร์ ชื่อเฉพาะ ระยะห่าง (ปีแสง) SIMBAD
0 −26.73 ดวงอาทิตย์ (Sol) 0.000 016
1 −1.47 α CMa ดาวซิริอุส 8.6 Sirius on SIMBAD
2 −0.72 α Car ดาวคาโนปุส 310 Canopus on SIMBAD
3 −0.04 var α Boo ดาวอาร์คตุรุส 37 Arcturus on SIMBAD
4 −0.01 α1 Cen อัลฟาเซนเทารี เอ 4.4 Alpha Centauri A on SIMBAD
5 0.03 α Lyr ดาวเวกา 25 Vega on SIMBAD
6 0.112 β Ori ดาวไรเจล 770 Rigel on SIMBAD
7 0.34 α CMi ดาวโพรซิออน 11 Procyon on SIMBAD
8 0.50 α Eri Achernar 140 Achernar on SIMBAD
9 0.58 var α Ori ดาวบีเทลจุส 640 Betelgeuse
10 0.60 β Cen เบตาเซนเทารี (Hadar, Agena) 530 Hadar (Agena) on SIMBAD
11 0.71 α1 Aur คะเพลลา เอ 42 Capella A on SIMBAD
12 0.77 α Aql ดาวอัลแตร์ 17 Altair on SIMBAD
13 0.85 var α Tau ดาวอัลดิบาราน 65 Aldebaran on SIMBAD
14 0.96 α2 Aur คะเพลลา บี 42 Capella B on SIMBAD
15 1.04 α Vir Spica 260 Spica on SIMBAD
16 1.09 α Sco Antares 600 Antares on SIMBAD
17 1.15 β Gem ดาวพอลลักซ์ 34 Pollux on SIMBAD
18 1.16 α PsA ฟอมัลโฮต์ 25 Fomalhaut on SIMBAD
19 1.25 α Cyg Deneb 1550 Deneb on SIMBAD
20 1.30 β Cru Mimosa 350 Mimosa on SIMBAD
21 1.33 α2 Cen อัลฟาเซนเทารี บี 4.4 Alpha Centauri B on SIMBAD
22 1.35 α Leo Regulus 77 Regulus on SIMBAD
23 1.40 α1 Cru Acrux A 320 Acrux A on SIMBAD
24 1.51 ε CMa Adara 430 Adara on SIMBAD
25 1.62 λ Sco Shaula 700 Shaula on SIMBAD
26 1.63 γ Cru Gacrux 88 Gacrux on SIMBAD
27 1.64 γ Ori Bellatrix 240 Bellatrix on SIMBAD
28 1.68 β Tau El Nath 130 El Nath on SIMBAD
29 1.70 β Car Miaplacidus 110 Miaplacidus on SIMBAD
30 1.70 ε Ori Alnilam 1300 Alnilam on SIMBAD
31 1.70 ζ1 Ori Alnitak A 820 Alnitak A on SIMBAD
32 1.74 α Gru Al Na’ir 100 Al Na’ir on SIMBAD
33 1.76 ε UMa Alioth 81 Alioth on SIMBAD
34 1.78 γ21 Vel Gamma2 Velorum A 840 Gamma2 Velorum on SIMBAD
35 1.80 ε Sgr Kaus Australis 140 Kaus Australis on SIMBAD
36 1.82 α Per Mirfak 590 Mirfak on SIMBAD
37 1.84 δ CMa Wezen 1800 Wezen on SIMBAD
38 1.85 η UMa Benetnasch (Alkaid) 100 Benetnasch (Alkaid) on SIMBAD
39 1.86 θ Sco Sargas 270 Sargas on SIMBAD
40 1.87 α1 UMa Dubhe A 120 Dubhe on SIMBAD
41 1.90 γ Gem Alhena 100 Alhena on SIMBAD
42 1.91 α Pav Peacock 180 Peacock on SIMBAD
43 1.92 α TrA Atria 420 Atria on SIMBAD
44 1.96 α1 Gem แคสเตอร์ เอ 52 Castor A on SIMBAD
45 1.98 β CMa Murzim 500 Murzim on SIMBAD
46 2.00 α Hya Alphard 180 Alphard on SIMBAD
47 2.00 α Ari Hamal 66 Hamal on SIMBAD
48 2.01 var α UMi ดาวเหนือ 430 Polaris on SIMBAD
49 2.03 δ1 Vel Delta Velorum A 80 Delta Velorum on SIMBAD
50 2.04 β Cet Deneb Kaitos 96 Deneb Kaitos on SIMBAD
51 2.05 κ Ori Saiph 720 Saiph on SIMBAD
52 2.06 σ Sgr Nunki 220 Nunki on SIMBAD
53 2.06 θ Cen Menkent 61 Menkent on SIMBAD
54 2.06 α And Alpheratz 97 Alpheratz on SIMBAD
55 2.06 β And Mirach 200 Mirach on SIMBAD
56 2.08 β UMi Kochab 130 Kochab on SIMBAD
57 2.09 α2 Cru Acrux B 320 Acrux B on SIMBAD
58 2.10 α Oph Ras Alhague 47 Ras Alhague on SIMBAD
59 2.12 var β Per Algol 93 Algol on SIMBAD
60 2.13 β Gru Beta Gruis 170 Beta Gruis on SIMBAD
61 2.14 β Leo Denebola 36 Denebola on SIMBAD
62 2.21 ζ Pup Naos 1400 Zeta Puppis on SIMBAD
63 2.23 λ Vel Lambda Velorum 570 Lambda Velorum on SIMBAD
64 2.23 γ Dra Etamin 150 Etamin on SIMBAD
65 2.24 α1 CrB Gemma A / Alphecca A 75 Alphecca on SIMBAD
66 2.24 γ Cyg Sadr 1500 Sadr on SIMBAD
67 2.25 α Cas Schedar 230 Schedar on SIMBAD
68 2.25 ι Car Aspidiske 690 Aspidiske on SIMBAD
69 2.26 γ1 And Almach A 350 Almach on SIMBAD
70 2.27 ζ1 UMa Mizar A 78 Mizar A on SIMBAD
71 2.27 β Cas Caph 54 Caph on SIMBAD
72 2.27 ε Cen Epsilon Centauri 380 Epsilon Centauri on SIMBAD
73 2.28 γ1 Leo Algieba A 130 Algieba on SIMBAD
74 2.28 α Lup Alpha Lupi 550 Alpha Lupi on SIMBAD
75 2.29 δ Sco Dschubba 400 Dschubba on SIMBAD
76 2.29 ε Sco Wei 65 Wei on SIMBAD
77 2.32 η Cen Eta Centauri 310 Eta Centauri on SIMBAD
78 2.35 β UMa Merak 79 Merak on SIMBAD
79 2.37 α Phe Ankaa 77 Ankaa on SIMBAD
80 2.38 κ Sco Girtab 460 Girtab on SIMBAD
81 2.39 γ Cas Gamma Cassiopeiae 610 Gamma Cassiopeiae on SIMBAD
82 2.40 ε Peg Enif 670 Enif on SIMBAD
83 2.40 η CMa Aludra 3200 Aludra on SIMBAD
84 2.4 ε1 Car Avior A 630 Avior on SIMBAD
85 2.42 β Peg Scheat 200 Scheat on SIMBAD
86 2.43 γ UMa Phecda 84 Phecda on SIMBAD
87 2.44 α Cep Alderamin 49 Alderamin on SIMBAD
88 2.46 κ Vel Kappa Velorum 540 Kappa Velorum on SIMBAD
89 2.49 α Peg Markab 140 Markab on SIMBAD
90 2.50 ε Cyg Gienah 72 Gienah on SIMBAD

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s